ตื่นมาแล้วปวดหัว เสี่ยงเป็นมะเร็งสมองระยะแรกหรือไม่ ?

ศูนย์ : ศูนย์สมองและระบบประสาท

บทความโดย : นพ. ชาญวิทย์ อนุเคราะห์วิทยา

ตื่นมาแล้วปวดหัวทุกวัน สงสัยว่าจะเป็นมะเร็งสมองหรือไม่

ตื่นมาแล้วปวดหัวอย่างรุนแรงและต่อเนื่องบ่อยครั้ง โดยเฉพาะหากมีอาการอาเจียนหรือปวดมากขึ้นเมื่อก้มศีรษะ เป็นสัญญาณเตือนของภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูง ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดเนื้องอกในสมองและมะเร็งสมองระยะแรก หากพบความผิดปกติทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก หรือการมองเห็นผิดปกติ ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือแม่เหล็กไฟฟ้า หากพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนการรักษาและลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนทางสมองได้

หลายคนอาจเคยประสบปัญหาตื่นนอนขึ้นมาแล้วรู้สึกปวดศีรษะ ไม่สดชื่น ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับหรือความเครียด แต่หากอาการปวดหัวในตอนเช้าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีอาการทางระบบประสาทอื่น ๆ ร่วมด้วย นี่อาจไม่ใช่แค่การปวดหัวธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่บ่งบอกถึงความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ในสมอง


ทำไมถึงตื่นมาแล้วปวดหัว มีสาเหตุจากอะไรได้บ้าง ?

อาการปวดหัวหลังตื่นนอนสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ซึ่งสาเหตุเบื้องต้นที่ไม่ได้เกิดจากโรคร้ายแรง มักมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมหรือภาวะความผิดปกติระหว่างการนอนหลับ ได้แก่

  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) การอุดกั้นของทางเดินหายใจทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงและเกิดการคั่งของคาร์บอนไดออกไซด์ในสมอง ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวและเกิดอาการปวดหัวตึบ ๆ ทั่วศีรษะหลังตื่นนอน
  • การนอนกัดฟัน (Bruxism) การขบเน้นฟันอย่างรุนแรงขณะหลับทำให้กล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรและขมับเกิดการเกร็งตัวตลอดทั้งคืน ตื่นมาจึงรู้สึกปวดหัว ปวดกราม หรือปวดร้าวลามไปถึงบริเวณคอและบ่า
  • ไมเกรน (Migraine) อาการปวดหัวไมเกรนมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและสารเคมีในสมอง ซึ่งอาจกำเริบในช่วงเช้ามืดหรือหลังตื่นนอน โดยมีลักษณะปวดตุบ ๆ บริเวณขมับข้างใดข้างหนึ่ง
  • ปัญหาด้านการนอนหลับ การนอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท หรือการนอนผิดท่าที่ทำให้กล้ามเนื้อคอบ่าไหล่ตึงเครียด ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการตื่นมาแล้วปวดหัวแบบตึงตัวได้เช่นกัน

> กลับสารบัญ


ปวดหัวตอนเช้า แบบไหนอันตราย และควรพบแพทย์ ?

หากอาการปวดหัวมีลักษณะที่เข้าข่ายสัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียด โดยลักษณะที่ต้องระวัง มีดังนี้

  • ปวดหัวรุนแรงมากในช่วงเช้ามืด หรือปวดจนต้องตื่นจากการนอนหลับ
  • อาการปวดมักเป็นหนักที่สุดตอนตื่นนอน และอาจทุเลาลงบ้างเมื่อลุกขึ้นยืนหรือนั่ง
  • ปวดหัวร่วมกับอาเจียนพุ่ง โดยไม่มีอาการปวดท้องหรือคลื่นไส้นำมาก่อน
  • อาการปวดหัวรุนแรงขึ้นเมื่อไอ จาม เบ่ง หรือก้มศีรษะ
  • อาการปวดหัวที่ไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวดทั่วไป และมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป

> กลับสารบัญ


ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

ปวดหัวแบบไหนคืออาการของมะเร็งสมองระยะแรก


หมอสมองและระบบประสาทอธิบายอาการมะเร็งสมองระยะเริ่มต้น หมอสมองและระบบประสาทอธิบายอาการมะเร็งสมองระยะเริ่มต้น

ในกรณีที่อาการปวดหัวตอนเช้ามีความรุนแรงและต่อเนื่อง สาเหตุหนึ่งที่แพทย์ต้องเฝ้าระวังคือ ภาวะเนื้องอกในสมอง (Brain Tumor) หรือมะเร็งสมองระยะแรก

ทำไมเนื้องอกในสมองถึงทำให้ปวดหัวตอนเช้า ?

สิ่งที่ทำให้อาการปวดหัวตอนเช้าสัมพันธ์กับภาวะเนื้องอกในสมอง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของความดันในกะโหลกศีรษะ ดังนั้น เมื่อร่างกายอยู่ในท่านอนราบในช่วงกลางคืน ของเหลวในสมอง อย่างน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง รวมถึงระบบไหลเวียนเลือด จะไหลเวียนไปที่บริเวณศีรษะมากขึ้น หากมีก้อนเนื้องอกอยู่ภายในกะโหลกศีรษะ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ขยายตัวไม่ได้ จะทำให้ความดันในกะโหลกศีรษะเพิ่มสูงขึ้น และไปกดเบียดเยื่อหุ้มสมองและเส้นเลือดใหญ่ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการตื่นมาแล้วปวดหัวอย่างรุนแรง และเมื่อตื่นขึ้นมาเปลี่ยนอิริยาบถเป็นลุกนั่งหรือยืน แรงโน้มถ่วงจะช่วยให้ความดันลดลงเล็กน้อย ทำให้อาการปวดทุเลาลงบ้าง แต่จะไม่หายขาด และจะกลับมาปวดรุนแรงอีกครั้งเมื่อล้มนอน


อาการมะเร็งสมองระยะแรกมีอะไรบ้าง ?

สำหรับผู้ที่ตื่นมาแล้วปวดหัวบ่อย ๆ และสงสัยว่าเป็นอาการมะเร็งสมองระยะเริ่มต้นหรือไม่ อย่าเพิ่งกังวลใจไป แต่ให้ลองสังเกตอาการดังต่อไปนี้

  • ความผิดปกติทางการมองเห็น หากก้อนเนื้อกดทับเส้นประสาทตาหรือสมองส่วนการมองเห็น ผู้ป่วยจะมีอาการตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน หรือสูญเสียการมองเห็นด้านข้าง ลานสายตาแคบลง
  • ปัญหาด้านการควบคุมร่างกาย สมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวถูกกระทบ ทำให้แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก เดินเซ ทรงตัวลำบาก หยิบจับสิ่งของไม่ถนัด หรือมีการกระตุกของกล้ามเนื้อ
  • การสื่อสารบกพร่อง พูดไม่ชัด นึกคำพูดไม่ออก พูดจาติดขัด หรือไม่สามารถทำความเข้าใจในสิ่งที่ผู้อื่นพูดสื่อสารได้
  • พฤติกรรมและบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง หากก้อนเนื้องอกกดทับสมองส่วนหน้า ผู้ป่วยอาจมีอาการซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย มีความจำเสื่อมถอย ขาดการยับยั้งชั่งใจ หรือการตัดสินใจผิดพลาดไปจากเดิม
  • อาการชัก โดยเฉพาะอาการชักที่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในวัยผู้ใหญ่ ที่ไม่เคยมีประวัติเป็นโรคลมชักมาก่อน ให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

> กลับสารบัญ


แนวทางการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติโดยหมอสมองและระบบประสาท

หากผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดหัวที่เข้าข่ายอันตราย หมอสมองและระบบประสาทจะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายทางระบบประสาท (Neurological Examination) เพื่อประเมินการทำงานของสมองเบื้องต้น หากพบความเสี่ยง แพทย์จะส่งตรวจภาพวินิจฉัยเชิงลึก ซึ่งมีความแม่นยำสูง ได้แก่

อาการตื่นมาแล้วปวดหัว อาจมีสาเหตุตั้งแต่โรคทั่วไปจนถึงโรคที่ต้องการการดูแลอย่างเร่งด่วน การได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ คือกุญแจสำคัญในการรักษา หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีลักษณะปวดหัวที่รุนแรงผิดปกติ หรือมีความกังวลเกี่ยวกับอาการมะเร็งสมองระยะเริ่มต้น แนะนำให้เข้ามาปรึกษาและรับการประเมินอย่างละเอียด ที่คลินิกสมองและระบบประสาท โรงพยาบาลนครธน ด้วยทีมแพทย์พร้อมเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน เพื่อให้คุณได้รับแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที

> กลับสารบัญ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งสมองระยะแรกและอาการปวดหัวตอนเช้า (FAQs)

  • Q: เนื้องอกในสมองและมะเร็งสมองแตกต่างกันอย่างไร ?

    A: เนื้องอกในสมองแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง ซึ่งจะเติบโตช้าและมักไม่ลุกลามไปยังส่วนอื่น และเนื้องอกชนิดร้ายแรงหรือมะเร็งสมอง ซึ่งเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถทำลายเนื้อเยื่อสมองรอบข้างและลุกลามได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้าย หากก้อนเนื้อขยายใหญ่ขึ้นในกะโหลกศีรษะ ก็สามารถกดทับสมองและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นเดียวกัน

  • Q: อาการปวดหัวจากความเครียด แตกต่างจากอาการปวดหัวของเนื้องอกในสมองอย่างไร ?

    A: อาการปวดหัวจากความเครียด มักมีลักษณะปวดตื้อ ๆ หรือรู้สึกเหมือนมีเข็มขัดรัดรอบศีรษะ และมักปวดในช่วงบ่ายหรือเย็น และอาการจะดีขึ้นเมื่อได้พักผ่อนหรือทานยาแก้ปวดทั่วไป ในขณะที่อาการปวดหัวจากเนื้องอกในสมองมักจะปวดรุนแรงที่สุดในตอนเช้าหลังตื่นนอน ปวดจนต้องตื่นกลางดึก และไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวดปกติ รวมถึงมักมีอาการอาเจียนพุ่งร่วมด้วย

  • Q: การใช้โทรศัพท์มือถือเป็นประจำ ก่อให้เกิดมะเร็งสมองได้หรือไม่ ?

    A: ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือการวิจัยทางการแพทย์ที่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่วิทยุจากโทรศัพท์มือถือเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดเนื้องอกในสมองหรือมะเร็งสมอง

  • Q: หากมีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นมะเร็งสมอง จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?

    A: ปัจจัยทางพันธุกรรมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งสมองบางชนิด แต่พบได้ในสัดส่วนที่น้อยมาก ประมาณ 5% ผู้ที่มีประวัติครอบครัวสายตรงป่วยเป็นเนื้องอกในสมองที่เกิดจากกลุ่มอาการทางพันธุกรรมบางโรค อาจมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป การหมั่นสังเกตความผิดปกติทางระบบประสาทและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีป้องกันและเฝ้าระวังที่เหมาะสมที่สุด

ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย




Share :

สินค้าในตระกร้าไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข, กรุณาตรวจสอบจำนวน
จัดการตระกร้าสินค้า
ตกลง

เมื่อคลิก “อนุญาตคุกกี้ทั้งหมด” หมายความว่าผู้ใช้งานยอมรับที่จะเปิดการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเปิดใช้คุณสมบัติของโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการทำการตลาดและการโฆษณา รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลการใช้งานกับพาร์ทเนอร์โซเชียลมีเดีย